นาค ครุฑ intro

posted on 26 Jul 2012 09:02 by tamamaa directory Fiction

 

สวัสดี้ สวัสดี ทุกท่าน
 
ช่วงนี้แอบขุดนิยายเก่ามาอ่านแล้วเกิดอาการอยากเขียนต่อมากมาย
 
ก็เลยหยิบมาเขียน
 
เป็นนิยายที่เขียนกับพี่คนนึงเมื่อนานมากปล้ว ท่านพี่นาม kikuva ข่าวล่าสุดจาด โม ว่า ท่านพี่มีแผมทัวยุโรป ไม่สามารถทราบได้ว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของโลก...อาจนั่งดู โอลิมปิกอยู่ก็เป็นได้ คิดถึงท่านพี่มากมาย...
 
 
ก็ขอแจ้งไว้สั่นๆแต่เพียงเท่านั้น ไปอ่านกันดีกว่า
 
มีแก้ไขส่วนของท่านพี่บ้าง เพราะท่านพี่ภาษาสูงเว่อ ไม่สามารถเขียนตามได้ แต่ก็จะพยายามใช้ศัพท์พวกนั้นหละค่ะ ภาษาสวยดี ชอบมาก
 
-----------------------------------------------------------------------
 
                   แว่วเสียงหวานราวเทพธิดาดังผ่านมาจากแม่น้ำสายเล็กแห่งหนึ่งไม่ไกลจากยอดเขาเท่าใดนัก..  หากใครหยุดแน่นิ่งฟังคงไม่พ้นเข้าใจผิดว่าเป็นนางไม้ป่าเป็นแน่ หากแต่เขาผู้นี้กลับไม่ใช่สายตาคู่คมจับจ้องที่เดียวไม่วางตา  นวลพิศยาน่ารักน่าถนอมงดงามไปไกลถึงสามภพ  พิศพัตรผ่องพักตรดั่งจันทร พิศขนงก่งงอนดั่งคันศลป  พิศเนตรดั่งเนตรมฤคิน พิศทนดั่งนิลเรียบราย พิศโอษฐ์ดั่งหนึ่งแย้มสรวล พิศนวลดั่งมณีฉาย พิศปรางดั่งปรางทอง

 

                     เรือนร่างงดงามอรชอนพ้นน้ำขึ้นมาเพียงครึ่ง มือเรียวกวักสายน้ำเย็นช่ำขึ้นมาเพื่อล้างเนื้อตัวอย่างเพลิดเพลิน
                     เรียวปากสีอ่อนเปล่งเสียงใสอย่างสุขใจ ไม่รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาที่ตนแม้แต่น้อย...เรือนผมดำขลับที่ถูกกล้าวขึ้นอย่างเรียบร้อยถูกปลดออกสยายเต็มผืนหลังขาวอย่างสบายอารมณ์

 

                      ดอกบัวสีชมพูดอกใหญ่ลอยตามน้ำมาช้าๆ เหมือนจงใจให้ผู้ที่อยู่ใกล้ๆมันได้หันมาเมียงมอง สำรวมกิริยาวาจาพาทีแล้วแกล้งเอ่ยไป 
 
                      “หากเป็นคนธรรพ์ผ่านทางมา...ท่านจะว่าเช่นไร?”  แรกรู้ในเรือนร่างยามใกล้สิเน่หาเป็นกำลัง  รสสังวาสแสนสวาทใดในนางสมุทรคงหาได้สุขแสนเกษมแสนสุขทุกราตรีกาลหากได้ร่างนี้มาครอบครอง กลีบบุษบกใหญ่โตเท่าฐานแปลกตาเลื่อนมาให้ร่างงามที่เมี่ยงชะม้ายตรงหน้า

 

                      "ข้าคงหลีกเล้น ซ้อนกายหายไปในกลีบเมฆ" เอ่ยวาจานอบน้อมยามหยิบดอกบัวงามขึ้นมาเชยชม กายบางเริ่มเคลิ้นกายเข้าใกล้ฟฝั่งตลิ่งที่ถอดอาภรตอนลงเล่นน้ำอย่างระแวดระวัง ยามที่เริ่มจับความรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้อง เหมือนภัยอันตรายเข้าใกล้ จนเริ่มรู้สึกกลัว...

 

                      แปลกที่ว่ามีศักดิ์สูงเป็นถึงพญาครุฑแต่กลับมีรูปร่างอรชรอ่อนแอ้นราวกับกินนร  แม้นางกินนรีในป่าจะงดงามเฉิดฉายเช่นนี้ก็หามีไม่  อย่ากระนั้นเลยจำต้องลักพาตัวลงไปอยู่ในมหาสมุทรให้ได้เสียก่อน...
 
                      "เราเป็นมนุษย์นาม สาคเรศ ท่านมาว่ายน้ำผ่านทางสระบัวนี้ที่เราเป็นเจ้าของ หากท่านชอบใจจะเก็บกลับไปหรือนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำก่อนก็ได้  และจะรังเกียจหรือไม่ถ้าเราจะลงเล่นน้ำด้วยในประการนี้ " ร่างสูงไม่ค่อยยอมรอคำอนุญาติกลับลงน้ำไปดื้อๆ  เจรจาพาทีคล่องนักมือก็กลับไขว่คว้าตามประสาบ้างจับเอวบางบ้างว่ายทวนกระแสน้ำ ยิ่งพิศยิ่งหลงรักคนงามนี้จนถอดใจไม่ขึ้น

 

                       "ปล่อยเทิด...เราจะไปแล้ว"เอ่ยเสียงเชียบขาดยามดึงมือของคนตรงหน้าให้หลุดออกแล้วรีบว่ายทวนกลับเข้าริมตลิ่ง

 

                       "ข้าอยากให้ท่านมาอีก  แม้ท่านไม่รับปากว่าจะมาข้าจะรอที่ศาลาท่าน้ำนี้ตลอดไป  ทุกๆวันจะรอท่านลงจากฟากฟ้ามาหาข้า"  เสียง ทุ้มคลอเข้าใกล้จะพ้นเขตบ่อน้ำลึกลงไปอีกแต่ร่างสูงกลับประคองเอวบางเอาไว้ มิให้จม กลิ่นหอมจางๆต่างจากพงศ์เผ่าครุฑที่มีแต่กลิ่นสาปสางของโลหิต

 

                        ร่างบางตัวเกร็งขึ้นด้วยความตกใจก่อนเอ่ยขอบคุณเพียงบแผ่วเบา แล้วรีบเคลื่อนกายหนีขึ้นริมตลิ่งหายลับไปหลังแมกไม้ รีบเร่งสวมเครื่องแต่งกายของตนก่อนทยานหายลับไปในกลีบเมฆ...................


 
 
 
 
 
 
 
                           พญานาคราชเห็นนิมิตดั่งนั้นจึงเลื้อยลงสระบัวไปหลับเอาใต้วารีที่เป็นถิ่นฐานกำเนิด   รอ....รอจนกว่าจะถึงวันรุ่งพรุ่งนี้ที่อีกฝ่ายจะมาและเขาจะต้อนรับขับสู่เสียอย่างดี 
 
                           เป็นดังนิมิตของพญานาคราช เมื่อครั่นถึงเวลา ร่างระหงก็ถึงคราวลงมาเล่นน้ำในสระบัว
เสียงแหวกกระแสน้ำบนพื้นบกจำเขาต้องแอบตรงกอบัว  เฝ้าซุ่มดูอยู่นานพญาครุฑลงสรงน้ำในอิทรีย์ ดั่งนิมิตเฝ้าจึงจับตามองไว้

                            ร่างงามแหวกว่ายเล่นหวังให้สายน้ำเย็น บรรเทาความร้อนจากร่างไปเสีย รอยยิ้มงามปรากฤชัดประดับใบหน้างาม ด้วยความสบายกายสบายใจ

 

                            " ท่านมาที่นี่อีกแล้ว  มาตามสัญญาและข้าดีใจที่ท่านรักษาสัญญานั่น "  ท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปงามท่อนล่างมีหางเป็นนาคราชเลื้อแหวกกระแสน้ำมาแต่ไกลหวังเชยชมให้สมคิด

 

                            ครั่งสายตาแลเห็นร่างของพญานาคราช ราวกับหัวใจจะหยุดเต้น!! รีบรุดเตกียดตกายเร่งรุดเท่าที่ร่างกายจะพาตัวเข้าหาฝั่งตลิ่ง!  หางนาคยาวรวบรัดเอาเอวบางดึงลงสระลึกดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ  ผ่านถ้ำอุโมงไปจนถึงฝั่งทะเลใหญ่ จากน้ำจืดกลายเป็นเค็ม โดยไม่สนว่าร่างบางจะหายใจออกหรือไม่

 
                             ทันทีที่ถูกจับตัวดึงกระฉากลงสู่ใต้บาดาลขาเขียวกลับกลายเป็นกรงเล็บพยายามจึกถึงให้พญานาคราชเกิดบาทแผล ดึงดันพยามเคลือนตัวให้หลุดจากการจับกุมนี่เสีย!!
                             แม้นั่นจักเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย จะพยายามดิ้นรนไปเท่าใดก็ไร้ความหมาย  มีแต่จะทำให้อากาศหายใจนั่นมลายหายไป จนกระทั่งหมดสิ้น!!รับรู้ถึงกระแสน้ำที่เปลี่ยนไป สายตาพร่ามัวแสบร้อนเมื่อรับรู้ถึงกระแสของน้ำเค็ม ยามที่ร่างกายพยายามเรียกร้องหาอากาศกลับกลายเป็นแสบร้อนไปเสียหมด

 

                             ผ่านบึงใบบัวใหญ่  ผ่านเกาะกลางทะเลมาไกล  ผ่านหมู่มวลวารีและนางเงือกโฉมงามากมาย  สัตว์ร้ายเช่นนาคราชก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระโดยทิ้งลงที่พื้นห้องในปราสาทหินอ่อนเกาะสลักทั้งวัง  ปลายหางที่ถูกจิกกัดแสบร้อนและมีเลือดไหลซึมจนลืมตัว  กริ้วกราดไม่ยอมกลับคืนร่างเดิม  ขดตัวมวนเท่าตึกสูงปลายหางบีบรัดร่างแน่งน้อยที่กลับกลายเป็นมนุษย์เอาไว้ 
 
                             " เจ้ากล้าดีเช่นไรให้ข้าบาดเจ็บ!!! .  เสียงกังวาลสะท้อนทั่วปราสาทกึกก้องมายังบนโลกมนุษย์

 

                            "ท่านเล่า!!! จับตัวข้ามามีเหตุผลกลใด!!!!" ตวาดกลับแม้ว่ามันจะออกมาเป็นแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ ดวงตาลืมไม่ขึ้นด้วยความแสบร้อนของน้ำทะเล ลำคอร้อนผะผ่าวราวกับมีไฟมาสุม เรี่ยวแรงหมดสิ้นไปกับการพยายามขัดคืนดึงตัวออกจากการจับกุม

 

                             " เจ้าก็ลองเดาเอาเองสิ!? "  ร่างนั้นยังไม่กลายสภาพจากนาคขนาดยักษ์  ก่อนจะสะบัดหางปาร่างเล็กติดกำแพงหินอ่อน  ร่วงลงตรงเตียงสี่เสาที่พังยุบลงมาพญานาคราชไม่รอช้าเร่งตามติดประชิดร่างงามโดยตรง " ตอนนี้พอจะเดาออกบ้างรึยัง? "

 

                             "อึก..."แขนเรียวพยายามป้องกันตนเองเท่าที่พอร่างกายที่บอบช้ำนี่จะทำได้ เขาไม่ใช้เด็กไร้เดียงสาที่จะไม่รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตนเองต่อไป เพียงแต่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น!!!! อยากเอ่ยปากต่อกร แต่เพียงขยับกายเพียงน้อยนิดกลับระบมไปทั่งร่าง นี่ชีวิตข้าจะต้องจบลงแบบนี้รึ!!!!

 

                              พรึ้บ!  เสียงม่านบางเบาปลายเตียงเปิดออกร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งนาคเคลื่อนกายขึ้นอยู่เหนือกายเปลือยปล่าวที่บอบช้ำอย่างน่าสงสาร
 
                              "ทำไม  ทำไมถึงคิดว่าข้าจะกินท่านละ?  ท่านกลัวตายหรือย่างไร?  เรี่ยวแรงต่อกรกับช้าเมื่อสักครู่หายไปไหนเสียหมด "

                              "อึก...ข้า...ไม่ใช้ เด็กน้อยที่ ไม่รู้ประสีประสา..."เสียงเอ่ยขาดช่วงด้วยความรู้สึกเจ็บปสดที่แล่นลิ้วทุกครั่งที่พยายามจะขยับกาย ดวงตากลมโตสีนิล คลอไปด้วยหยาดน้ำตาจากความเจ็บปวดและความแสบของน้ำทะเลพยายามที่จะปรือตาขึ้นมอง

                              "ที่จะไม่รู้...ว่าความสัมพรรณ...ของเผ่าพันธ์เรา...เป็นยังไง...แฮก...แฮก"หายใจหอบระรินราวกับได้ไปออกกำลังมาเสียมากมายทั่งๆที่เป็นเพียงแค่การพยายามขยับกายหนีศัตรูตรงหน้า

                               'นาคกับครุฑพบกันไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งที่ต้องตายกันไปข้าง...'

                               คำพูดที่พี่ พูดพร่ำให้เขาฟังเสียทุกครั่งที่กลับมาพร้อมเลือดที่โทรมกาย ทั่งเลือดของตนเองและศัตรูที่กลายเป็นมื้ออาหารในวันนั่นๆ...แต่เขาก็ไม่เคยคิดแตะต้องอาหารเหล่านั่น

 
                                " ไม่รู้ประสาก็ดีแล้ว  อันดอกบัวหมู่พรรณไม้ที่เจ้าเก็บไปกินทุกวี่วัน  คือสวนขวัญของข้า  เจ้าไม่คิดจะชดใช้มาบ้างเลยหรือ? " เอ่ยวาจาเหมือนคนทวงบุญคุณ พลางลุกจับขยับต้องกายทั่วกายาให้เสียวสะท้านเล่น

                               "...ท่าน ต้อการสิ่งใด กันแน่!" เริ่มที่จะไม่สบอารมณ์กับพญานาคราชตรงหน้า หากคิดจะมาถวงบุญคุณกันแบบนี้เหตุใดจึงไม่ออกมาห้ามกันแต่แรกเสียเล่า จะได้ไปหาสระบัวอื่นเสีย จะให้ข้าปลูกบัวคืนท่านรึไงกัน?

 
                                "เป็นความคิดที่เคาที เจ้ารับปากแล้วอย่าคืนคำเสียล่ะ!? เพราะเท่าที่ข้ารู้ว่ามันมีอายุยืนนานกว่าข้าเสียอีก อายุแสนโกฎิปีเจ้าก็อยู่เป็นทาสจนถึงเวลานั้นแล้วกัน จงพักอยู่ที่นี่ให้สบายและจำไว้ข้าจะทำอะไรกับเจ้าก็ย่อมได้! " สิ้นคำประกาศก้าวดวงตาจับจ้องร่างบางที่สั่นกลัวดั่งลูกนก......
 
 
---------------------------------------------------------------
 
มาลงสั่นๆแล้วจากไป
 
วันนี้ก็หาๆชื่อของทั้งสองอยู่ และกำลังสนุกไม่น้อยกับการคิด + เขียนเนื้อเรื่องต่อเพราะคุยกับท่านพี่ไว้แค่นี้ oTZ...
 
หวังว่า เอ็กทีน จะไม่เน่าแห่ไปชิดขอบหมดอีกนะ อุตส่าเรียงไว้...
 
ไว้จะวาดรูปทั้ง 2 มาลง รูปหนูครุฑวาดเสร็จตั้งนานแล้ว เหลือแต่พี่นาคนี้แล...

 รู้ชื่อพี่นาคแล้วนี้ ชื่อ สาคเรศ (แปลว่า น้ำ)
 
ส่วนหนูครุฑ ชื่อ มาลา (แปลว่าดอกไม้)
 
กะให้ตั้งเพื่อแก้เคล็จตามความเชื่อประมาณนนั้น...
 
อาดิโอส พกันใหม่เอ็นทรี่หน้า = = /
 

edit @ 28 Jul 2012 22:24:09 by ลูกหมาคลั่ง TF!!

edit @ 4 Aug 2012 16:27:27 by ลูกหมาคลั่ง TF!!

Comment

Comment:

Tweet

โอกกกกกกกกกกกกกก เรื่องนี้มันนนนนนนนนนนนน  

#2 By ท้อว์ว์ว์ (103.7.57.18|124.121.166.140) on 2012-08-01 14:07

//เลือดพุ่ง//นอนตาย ว้ายๆๆๆ!!ลืมจิ้นคู่เน้ไปได้ไงเนี่ย!! XD พลังวายชั่งน่ากลัวนัก!! รู้สึกว่ามึนๆกับคำนิดหน่อย = =lll//สกิลเค้าต่ำ รออ่านต่อนะฮะ>///<

#1 By maii~boo_boo_(=3=) on 2012-07-30 09:18

Categories